{
"$type": "site.standard.document",
"bskyPostRef": {
"cid": "bafyreigx2j4j5xmg674bkoepgejuk6wxcgzpmkpwptjqiowjpzhrtewxim",
"uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3mna4udcjfix2"
},
"coverImage": {
"$type": "blob",
"ref": {
"$link": "bafkreicv27wd5cgefygeklr33tmr4jg7b7mspq33inntjlxek26doqgzua"
},
"mimeType": "image/jpeg",
"size": 63889
},
"path": "/node/150749",
"publishedAt": "2026-06-01T02:20:00.000Z",
"site": "https://www.blognone.com",
"tags": [
"CNBC",
"arjin"
],
"textContent": "ซีอีโอ Okta บอก องค์กรติดตั้ง Agentic AI มากขึ้น ทำให้ต้องการโซลูชันความปลอดภัยยืนยันตัวตนมากขึ้นตาม\n\nBody\n\nOkta รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 1 ตามปีการเงินบริษัทสิ้นสุดเดือนเมษายน 2026 มีรายได้ 765 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิตามบัญชี GAAP 74 ล้านดอลลาร์ มูลค่าสัญญา Subscription ในแบ็กล็อกเพิ่มขึ้น 16% เป็น 4.179 พันล้านดอลลาร์ เฉพาะรายการ 12 เดือนข้างหน้ามีมูลค่า 2.499 พันล้านดอลลาร์\n\nTodd McKinnon ซีอีโอ Okta ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่าบริการของ Okta ซึ่งใช้จัดการความปลอดภัยยืนยันตัวตน มีความต้องการจากลูกค้าเพิ่มสูงมากในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากองค์กรใช้งาน Agentic AI กันมากขึ้น อย่างไรก็ตามรายได้สำหรับงาน AI ยังไม่ใช่รายได้หลักของบริษัทในตอนนี้ แต่บริษัทก็วางแผนรองรับความต้องการ เพราะลูกค้าอยู่ในช่วงประเมินความเสี่ยงและดีพลอย Agentic AI มากขึ้นเรื่อย ๆ\n\nOkta ประเมินรายได้ในไตรมาสปัจจุบันที่ 790-794 ล้านดอลลาร์ มูลค่าแบ็กล็อกจะเพิ่มเป็นราว 2.505-2.515 พันล้านดอลลาร์\n\nที่มา: CNBC\n\narjin Mon, 01/06/2026 - 09:20",
"title": "ซีอีโอ Okta บอก องค์กรติดตั้ง Agentic AI มากขึ้น ทำให้ต้องการโซลูชันความปลอดภัยยืนยันตัวตนมากขึ้นตาม"
}