{
  "$type": "site.standard.document",
  "bskyPostRef": {
    "cid": "bafyreihi2mtvjxxxqvyqbeaob5kybl4atjutu7axyppuvfyni7bx57m4se",
    "uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3mmkv7tjelul2"
  },
  "coverImage": {
    "$type": "blob",
    "ref": {
      "$link": "bafkreiexra3vmzapgqnfbghb67z7xqjnc6r3pjhknbw3qzsm6tunfii35u"
    },
    "mimeType": "image/webp",
    "size": 123794
  },
  "path": "/node/150675",
  "publishedAt": "2026-05-23T23:34:32.000Z",
  "site": "https://www.blognone.com",
  "tags": [
    "Bungie",
    "Bloomberg",
    "mk"
  ],
  "textContent": "Destiny 2 ประกาศหยุดอัพเดตคอนเทนต์แล้ว, ลือโซนี่เตรียมปลดคนจาก Bungie\n\nBody\n\nJason Schreier นักข่าวสายเกมของ Bloomberg รายงานว่าโซนี่เตรียมปลดพนักงานในสตูดิโอ Bungie อีกระลอกใหญ่ หลัง Bungie เตรียมหยุดพัฒนาคอนเทนต์ให้เกม Destiny 2\n\nBungie เปิดตัว Destiny 1 ในปี 2014 จากนั้นออกภาคต่อที่มาแทนเกมเดิมคือ Destiny 2 ในปี 2017 แล้วให้บริการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 12 ปีแล้ว มีการอัพเดตคอนเทนต์ต่อเนื่องทุกปี ล่าสุด Bungie ประกาศว่าจะออกอัพเดตสุดท้ายชื่อ Monument of Triumph ในวันที่ 9 มิถุนายน 2026 แล้วเกมจะยังให้บริการต่อไป แต่จะไม่มีอัพเดตเพิ่มอีกแล้ว\n\nในประกาศของ Bungie บอกว่าหลังจากนี้จะเป็น \"เส้นทางบทใหม่\" ของสตูดิโอ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดเพิ่ม ในขณะที่ Schreier ให้ข้อมูลเพิ่มว่า Bungie ไม่มีโครงการพัฒนาเกมใหม่หลังจากนี้ ไม่มีแผนทำ Destiny 3 ในเร็ววัน ส่วนเกม Marathon ที่เพิ่งเปิดตัวในเดือนมีนาคมก็ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ แม้ Bungie หวังว่าจะขยายฐานผู้เล่นเพิ่มในระยะถัดไป\n\nสิ่งที่โซนี่ทำคือโยกคนบางส่วนจาก Destiny ไปอยู่กับทีม Marathon แล้วปลดพนักงานบางส่วนออก ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่ามีจำนวนเท่าไร\n\nทิศทางของโซนี่ในช่วงหลัง หันมาปิดสตูดิโอเกมที่ไม่ประสบผลสำเร็จ กรณีของ Bungie มีปัญหามากมายหลังโซนี่ซื้อกิจการมาในปี 2022 และถือเป็นสตูดิโอที่มีต้นทุนค่าพนักงานแพงมากแห่งหนึ่ง เพราะพนักงานมีอายุงานนาน เงินเดือนเยอะ แถมตั้งอยู่ที่เมือง Bellevue ในรัฐวอชิงตันที่มีค่าตัวพนักงานสายเทคแพง\n\nที่มา - Bungie, Bloomberg\n\nmk Sun, 24/05/2026 - 06:34",
  "title": "Destiny 2 ประกาศหยุดอัพเดตคอนเทนต์แล้ว, ลือโซนี่เตรียมปลดคนจาก Bungie"
}