{
  "$type": "site.standard.document",
  "bskyPostRef": {
    "cid": "bafyreid6ivq77jdnxnj4a355afuqfjknfqjmww5vd7dscihleysw27cmze",
    "uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3mmddpbtctbj2"
  },
  "coverImage": {
    "$type": "blob",
    "ref": {
      "$link": "bafkreid22qeohlryurnp5ifohma3ory6f75yextmvcmwk7wbs6qdtllaxi"
    },
    "mimeType": "image/jpeg",
    "size": 51665
  },
  "path": "/node/150629",
  "publishedAt": "2026-05-21T00:26:19.000Z",
  "site": "https://www.blognone.com",
  "tags": [
    "มีข่าว",
    "ธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ xAI",
    "บริษัทภายใต้ xAI",
    "Anthropic ใช้งานศูนย์ข้อมูลของ Colossus 1",
    "ซื้อ Cursor มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์",
    "OpenAI",
    "ศูนย์ข้อมูลในอวกาศ",
    "แบบเดียวกับ Tesla",
    "The New York Times",
    "CNBC",
    "SEC",
    "arjin"
  ],
  "textContent": "SpaceX ยื่นไฟลิ่งแล้ว เตรียมไอพีโอเข้าตลาดหุ้นแนสแดคเดือนหน้าด้วยตัวต่อ SPCX\n\nBody\n\nSpaceX บริษัทด้านอวกาศของ Elon Musk ยื่นเอกสารไฟลิ่ง S-1 ต่อ SEC หรือ กลต.สหรัฐฯ เพื่อเตรียมขายหุ้นไอพีโอและนำหุ้นบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แนสแดค ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่ง SpaceX จะเป็นไอพีโอขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทหนึ่ง และถือเป็นบริษัทที่นักลงทุนให้ความสนใจและรอคอยมายาวนาน โดย SpaceX จะใช้ตัวย่อในการซื้อขาย **SPCX** คาดว่าจะเข้าตลาดหุ้นในเดือนมิถุนายน\n\nSpaceX ก่อตั้งในปี 2002 โดย Musk ตั้งเป้าหมายพัฒนาจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้ บริษัทถูกเลือกเป็นพันธมิตรรายสำคัญของ NASA ในการส่งจรวดสู่อวกาศ ส่วนธุรกิจอื่นได้แก่ บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ซึ่งตอนนี้มีดาวเทียมในวงโคจรมากกว่า 1 หมื่นดวง, ธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ xAI และโซเชียลเน็ตเวิร์ก X (Twitter เดิม) ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ xAI อีกที\n\nการยื่นเอกสารไฟลิ่งทำให้ SpaceX รายงานข้อมูลทางการเงินและประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก โดยบริษัทมีรายได้ในปี 2025 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33% จากปี 2024 ขาดทุนสุทธิ 4.9 พันล้านดอลลาร์ ส่วนไตรมาสแรกของปีนี้ รายได้ 4.7 พันล้านดอลลาร์ ขาดทุน 4.3 พันล้านดอลลาร์\n\nประเด็นอื่นที่น่าสนใจในเอกสาร S-1 มีดังนี้\n\n  * SpaceX มีหุ้นสองประเภทคลาส A และ B โดยคลาส B มีสิทธิออกเสียงมากกว่า 10 เท่า และ Elon Musk มีหุ้นส่วนใหญ่เป็นคลาส B ทำให้ตอนนี้เขามีสิทธิออกเสียง 85% และไม่มีผู้ถือหุ้นอื่นที่มีมากกว่า 5%\n  * SpaceX แบ่งธุรกิจหลักของบริษัทเป็นสามกลุ่มคือ Space, Connectivity และ AI\n  * ในไตรมาส 1/2026 รายได้ 69% ของ SpaceX มาจากกลุ่ม Connectivity (Starlink) และเป็นกลุ่มธุรกิจเดียวที่มีกำไร\n  * Starlink มีลูกค้าใช้งาน 10.3 ล้านราย\n  * ข้อตกลงที่ Anthropic ใช้งานศูนย์ข้อมูลของ Colossus 1 จะจ่ายเงินให้ SpaceX เดือนละ 1.25 พันล้านดอลลาร์ สัญญายาวถึงพฤษภาคม 2029\n  * ข้อตกลงซื้อ Cursor มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ SpaceX จะจ่ายเป็นหุ้นคลาส A ทั้งหมด แต่หากการซื้อกิจการไม่เกิดขึ้น จะจ่ายเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในรูปแบบข้อตกลงความร่วมมืออื่น\n  * บริษัทระบุรายชื่อคู่แข่งสำคัญในธุรกิจ AI คือ OpenAI, Anthropic, Google, Meta, Microsoft และโมเดลโอเพนซอร์สค่ายต่าง ๆ ส่วนธุรกิจโซเชียลเน็ตเวิร์กมีคู่แข่งคือ Threads, Reddit และ TikTok\n  * SpaceX คาดว่าจะเริ่มติดตั้งศูนย์ข้อมูลในอวกาศได้ภายในปี 2028 ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\n  * Elon Musk มีหุ้นผลตอบแทนที่จะได้รับเพิ่มตามผลการดำเนินงานแบบเดียวกับ Tesla โดยเงื่อนไขของ SpaceX คือ สามารถสร้างอาณานิคมให้มนุษย์อยู่อาศัยได้ถาวรบนดาวอังคาร และมีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน เงื่อนไขนี้ไม่มีกำหนดระยะเวลา โดย Musk จะได้หุ้น SpaceX เพิ่ม 1 พันล้านหุ้นถ้าทำสำเร็จ\n\n\n\nที่มา: The New York Times, CNBC และ SEC\n\narjin Thu, 21/05/2026 - 07:26",
  "title": "SpaceX ยื่นไฟลิ่งแล้ว เตรียมไอพีโอเข้าตลาดหุ้นแนสแดคเดือนหน้าด้วยตัวต่อ SPCX"
}