{
  "$type": "site.standard.document",
  "bskyPostRef": {
    "cid": "bafyreiauxbvnisijm32jv7z52l2dnz7nj3e4kdifnfhgin436ghffj43ce",
    "uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3mlp7sy5auta2"
  },
  "coverImage": {
    "$type": "blob",
    "ref": {
      "$link": "bafkreiadpbtljnllozia43uwngsbck6uyqr27buue6c4hajxlmt5jougly"
    },
    "mimeType": "image/jpeg",
    "size": 18196
  },
  "path": "/node/150518",
  "publishedAt": "2026-05-13T00:24:18.000Z",
  "site": "https://www.blognone.com",
  "tags": [
    "JetBrains",
    "mk"
  ],
  "textContent": "JetBrains ประกาศแนวทางพัฒนา IDE รองรับทั้งมนุษย์เขียนโค้ดแบบเดิม และใช้ AI ช่วย ไม่ขัดแย้งกัน\n\nBody\n\nJetBrains เจ้าพ่อของวงการ IDE ออกมาประกาศทิศทางของการพัฒนา IDE ในปี 2026 ว่าจะรองรับวิธีการสร้างโค้ดทั้ง 2 แบบคือ\n\n  * classic นักพัฒนาเขียนโค้ดเองทีละบรรทัด\n  * ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด ทั้งการใช้ autocomplete และการใช้ agent\n\n\n\nJetBrains บอกว่าไม่มีวิธีไหนดีกว่ากัน และสุดท้ายแล้ว มนุษย์เป็นผู้รับผิดชอบต่อโค้ดที่ถูกปล่อยออกมาอยู่ดี เป้าหมายของบริษัทจึงเป็นออกแบบ IDE ให้รองรับทั้งสองวิธีโดยไม่ขัดแย้งกัน และกระบวนการสร้างโค้ดแบบดั้งเดิมจะยังอยู่ในยุคของ agent\n\nประเด็นอีกข้อที่ JetBrains ประกาศไว้คือ เป็นกลางเรื่องโมเดล ไม่อิงกับค่ายใดเป็นพิเศษ จะใช้โมเดลของ JetBrains หรือจะใช้โมเดลภายนอกผ่านวิธีการต่างๆ เช่น API, OAuth, ACP agent ก็ได้หมด\n\nที่มา - JetBrains\n\nmk Wed, 13/05/2026 - 07:24",
  "title": "JetBrains ประกาศแนวทางพัฒนา IDE รองรับทั้งมนุษย์เขียนโค้ดแบบเดิม และใช้ AI ช่วย ไม่ขัดแย้งกัน"
}