{
"$type": "site.standard.document",
"bskyPostRef": {
"cid": "bafyreigfk6blkulexpom6gavmxeer6me67v5u3dfmfcieapxu3dg2hudxi",
"uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3mjssxjrdb2h2"
},
"coverImage": {
"$type": "blob",
"ref": {
"$link": "bafkreih6qkrvqjdbvzsnonh4cyjhij7ck63rz4tuvjx7tgus7hsyprzove"
},
"mimeType": "image/webp",
"size": 128862
},
"path": "/node/150298",
"publishedAt": "2026-04-18T23:55:40.000Z",
"site": "https://www.blognone.com",
"tags": [
"ยาวนานถึงปี 2030",
"Nikkei Asia",
"arjin"
],
"textContent": "คาดผู้ผลิตหน่วยความจำ จะผลิตได้เพียง 60% ของดีมานด์ภายในปี 2027\n\nBody\n\nสถานการณ์แรมขาดตลาดและแรมแพงดูเหมือนจะยังเป็นไปต่อเนื่องนานมากขึ้น โดยมีรายงานล่าสุดของ Nikkei Asia อ้างแหล่งข้อมูลในซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง ว่าผู้ผลิตคาดว่าภายในปีนี้ **2027** จำนวน DRAM ที่ผลิตได้จะรองรับประมาณ 60% ของความต้องการทั้งหมด\n\nก่อนหน้านี้ Chey Tae-won ประธานกลุ่มบริษัท SK Group ก็เคยให้ความเห็นว่าปัญหาแรมขาดตลาดน่าจะยาวนานถึงปี 2030\n\nรายงานบอกว่าผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ทั้ง Samsung, SK Hynix และ Micron ได้เร่งขยายโรงงานผลิตชิปเพิ่มเติม แต่ทั้งหมดจะเริ่มเปิดทำการได้เร็วที่สุดในปี 2027 หากต้องการให้สินค้าเพียงพอความต้องการ ปีนี้ผู้ผลิตทั้งหมดต้องเพิ่มกำลังผลิตให้ได้ 12% แต่ตัวเลขประเมินล่าสุดอยู่ที่ราว 7.5% นอกจากนี้โรงงานใหม่ที่ก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นหน่วยความจำระดับ HBM ของเซิร์ฟเวอร์ จึงยังไม่ชัดเจนว่าชิปหน่วยความสำหรับสมาร์ทโฟนและสินค้าคอนซูเมอร์จะอยู่ในสถานการณ์สินค้าขาด-แพงขึ้น นานกว่าเดิมหรือไม่\n\nที่มา: Nikkei Asia\n\narjin Sun, 19/04/2026 - 06:55",
"title": "คาดผู้ผลิตหน่วยความจำ จะผลิตได้เพียง 60% ของดีมานด์ภายในปี 2027"
}