{
  "$type": "site.standard.document",
  "bskyPostRef": {
    "cid": "bafyreiaacpzywh7rsvimpaljjwbako2qwuh4s5czhkshfvtymeflvielum",
    "uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3mjhdglvj3wu2"
  },
  "path": "/node/150253",
  "publishedAt": "2026-04-14T02:57:35.000Z",
  "site": "https://www.blognone.com",
  "tags": [
    "Agentic AI บน AWS",
    "The Verge",
    "arjin"
  ],
  "textContent": "ผู้บริหาร OpenAI มองข้อตกลง Microsoft สร้างข้อจำกัด แต่สิ่งที่ Anthropic เป็นอยู่ก็น่าสงสัย\n\nBody\n\nมีรายงานอ้างถึงบันทึกภายใน OpenAI ที่ออกมาจาก Kevin Weil หัวหน้าฝ่ายรายได้ของบริษัท พูดถึงสถานการณ์การแข่งขันโดยรวมในตลาดผู้ให้บริการ AI ว่าเป็นการแข่งขันรุนแรงที่สุดที่เคยเจอมา ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ด้วย แต่จะมีเรื่องรบกวนให้พนักงานเสียสมาธิหรือว้าวุ่นใจในบางครั้ง ซึ่ง Weil ก็พูดถึงคู่แข่งที่มาแรงอย่าง Anthropic แต่ก็ชี้ว่าบริษัทกำลังเจอปัญหากำลังประมวลผลไม่เพียงพอ และบริษัทมีข้อเสียที่มุ่งเน้น AI เขียนโค้ดเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง ไม่ใช่แพลตฟอร์มแบบที่ OpenAI มุ่งมั่นเป็น\n\nรายงานยังแสดงความเห็นถึงการรับรู้รายได้ต่อปีที่สูงเกินจริงของ Anthropic เนื่องจากใช้วิธีรวมส่วนแบ่งรายได้ของโมเดลที่รันผ่านคลาวด์ Amazon, Google ขณะที่ OpenAI บันทึกรายได้กับ Microsoft แบบแบ่งกันสุทธิซึ่งสะท้อนความจริงมากกว่า\n\nอีกประเด็นที่น่าสนใจในรายงานนี้คือการพูดถึง Microsoft ซึ่ง Weil บอกว่าเป็นพันธมิตรสำคัญต่อพื้นฐานบริษัท แต่ก็สร้างข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดลูกค้าองค์กร ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนชัดเจนจากกรณีของ Bedrock เมื่อบริษัททำข้อตกลงให้บริการ Agentic AI บน AWS ก็มีความต้องการจากลูกค้าเพิ่มเข้ามาจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีทิศทางเปิดกว้างแพลตฟอร์มให้รองรับสภาพแวดล้อมและคลาวด์ค่ายต่าง ๆ มากขึ้น\n\nที่มา: The Verge\n\narjin Tue, 14/04/2026 - 09:57",
  "title": "ผู้บริหาร OpenAI มองข้อตกลง Microsoft สร้างข้อจำกัด แต่สิ่งที่ Anthropic เป็นอยู่ก็น่าสงสัย"
}