{
"$type": "site.standard.document",
"bskyPostRef": {
"cid": "bafyreihld5iuwr6cz5mgrlcfhmt6wdg2pwgur46qtfvtpff7pym6a6zvbm",
"uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3miyamlrtt662"
},
"path": "/node/150213",
"publishedAt": "2026-04-07T15:30:10.000Z",
"site": "https://www.blognone.com",
"tags": [
"กูเกิลกำหนดให้เริ่มปรับกระบวนการเข้ารหัสให้ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมภายในปี 2029",
"Filippo",
"lew"
],
"textContent": "ผู้สร้างดูแลแพ็กเกจ Crypto ในภาษา Go ชี้ภัยคอมพิวเตอร์ควอนตัมใกล้มาถึง จากนี้จะสอน RSA, ECDSA, ECDH ในฐานะอัลกอริทึมเก่า\n\nBody\n\nFilippo Valsorda วิศวกรกระบวนการเข้ารหัสลับ ผู้ดูแลแพ็กเกจ Crypto ในภาษา Go เขียนบทความถึงภัยคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยเฉพาะประเด็นที่กูเกิลกำหนดให้เริ่มปรับกระบวนการเข้ารหัสให้ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมภายในปี 2029 โดยเขาชี้ว่ามีงานวิจัยสองงานแสดงความก้าวหน้าของการใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมมากขึ้น ส่งผลให้ตอนนี้เราอาจจะต้องเข้าสู่โหมดการใช้งานกระบวนการเข้ารหัสลับที่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมอย่างเร่งรีบ\n\nงานวิจัยสองชิ้นที่ Valsorda อ้างถึงได้แก่\n\n 1. Safeguarding cryptocurrency by disclosing quantum vulnerabilities responsibly: งานวิจัยของทีมงาน Google Quantum AI แสดงให้เห็นการถอดรหัสกุญแจแบบ Elliptic Curve ขนาด 256 bit เช่น NIST P-256 และ SecP256K1 นั้นใช้คิวบิตน้อยกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้มาก\n 2. Shor’s algorithm is possible with as few as 10,000 reconfigurable atomic qubits: งานวิจัยจากบริษัท Oratomic บริษัทคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ยังปิดข้อมูลตัวเองเป็นความลับ แสดงให้เห็นว่าหากมีคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 10,000 คิวบิตก็สามารถถอดรหัสกุญแจแบบ Elliptic Curve ขนาด 256 bit ได้โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน\n\n\n\nความก้าวหน้าทั้งสองอันแสดงให้เห็นว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังเข้าสู่ช่วงเป็นภัยต่อระบบการเข้ารหัสแบบ Public-Key Infrastructure (PKI) อย่างจริงจัง การสร้างคอมพิวเตอร์ที่กระทบต่อความปลอดภัยกระบวนการเข้ารหัสลับ (Cryptographically Relevant Quantum Computers - CRQCs) อาจจะเร็วกว่าที่เคยคิดกันว่าใช้เวลา 10-15 ปี\n\nข้อเสนอของ Valsorda ระบุว่าควรถือว่ากระบวนการเข้ารหัสลับแบบอสมมาตรที่ไม่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมนั้นไม่ปลอดภัยเลยตั้งแต่ตอนนี้ และเขาไม่เห็นด้วยกับการซ้อนกระบวนการเข้ารหัสลับแบบทนต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมไปกับกระบวนการเข้ารหัสลับเดิม เพราะทำให้การอิมพลีเมนต์ช้าลงไปอีก ควรข้ามไปใช้กระบวนการเข้ารหัสลับที่ทนต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมไปเลย\n\nตัว Valsorda สอนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Bologna ด้วย เขาระบุว่าจะสอนกระบวนการเข้ารหัสลับแบบอสมมาตร เช่น RSA, ECDSA, ECDH ในฐานะกระบวนการแบบเก่า (legacy) เท่านั้น\n\nที่มา - Filippo\n\nlew Tue, 07/04/2026 - 22:30",
"title": "ผู้สร้างดูแลแพ็กเกจ Crypto ในภาษา Go ชี้ภัยคอมพิวเตอร์ควอนตัมใกล้มาถึง จากนี้จะสอน RSA, ECDSA, ECDH ในฐานะอัลกอริทึมเก่า"
}