{
"$type": "site.standard.document",
"bskyPostRef": {
"cid": "bafyreiamhcwd4goeme7lejzzauifzkv3l27escxjvsgajbhawvgc6dqzlq",
"uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3mic337yjnz22"
},
"path": "/node/150151",
"publishedAt": "2026-03-29T16:41:38.000Z",
"site": "https://www.blognone.com",
"tags": [
"OpenAI Forum: From Terminal to Turnaround",
"lew"
],
"textContent": "ผู้ร่วมก่อตั้ง GitLab รักษามะเร็งตัวเองด้วยการตั้งบริษัท สร้างยาเฉพาะตัว\n\nBody\n\nSid Sijbrandij ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท GitLab เล่าถึงประสบการณ์การต่อสู้กับมะเร็งแบบ osteosarcoma ในกระดูกสันหลังชิ้น T5 ที่เริ่มสร้างความเจ็บปวดในช่วงปี 2022 และวินิจฉัยได้ในปี 2023\n\nSijbrandij รับการรักษาตามมาตรฐานในปี 2023 โดยผ่าตัดกระดูกสันหลังออก, ฉายรังสี, และรักษาด้วยเคมีบำบัดแต่สุดท้ายมะเร็งก็กลับมาในปี 2024 ทำให้ Sijbrandij ตัดสินใจหาทางรักษาตัวเองนอกแนวทางมาตรฐาน เขามุ่งเป้า 4 แนวทาง ได้แก่ วัคซีนมะเร็งเฉพาะตัว, เซลล์ TCR-T, เซลล์ CAR-T, และการรักษาด้วยรังสีเฉพาะตัว โดยรวมเขาเปิดบริษัทถึง 10 บริษัทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ\n\nเขาระบุว่าการพัฒนาวัคซีน mRNA ใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น ส่วนการพัฒนาเซลล์ CAR-T ต้องปรับโปรตีนเพื่อให้มุ่งเป้าไปยังมะเร็งเท่านั้น ไม่กระทบอวัยวะอื่น\n\nSijbrandij บ่นถึงกระบวนการขออนุญาตว่ายุ่งยากเกินจำเป็น เขาแนะนำว่ากระบวนการทดสอบเฟส 1 ไม่ควรต้องขออนุญาต FDA อีกแต่อาจจะต้องจดแจ้งการทดลองเท่านั้น, และหากผ่านเฟส 1 แล้วก็ควรอนุมัติให้ใช้งานอย่างมีเงื่อนไขได้ และควรปรับแนวทางให้มุ่งเป้าการรักษาคนไข้ให้รอดชีวิตมากกว่าการลดความเสี่ยงแพทย์ถูกฟ้อง\n\nตอนนี้ Sijbrandij ไม่พบมะเร็งมาแล้ว 10 เดือน\n\nที่มา - OpenAI Forum: From Terminal to Turnaround\n\nlew Sun, 29/03/2026 - 23:41",
"title": "ผู้ร่วมก่อตั้ง GitLab รักษามะเร็งตัวเองด้วยการตั้งบริษัท สร้างยาเฉพาะตัว"
}