{
"$type": "site.standard.document",
"bskyPostRef": {
"cid": "bafyreienftaob555xw7k2ndmk2tmudlbsns2zbuvhgjowvuflqy5geushm",
"uri": "at://did:plc:46dtqwuc6bckm3ewbfuqlnxt/app.bsky.feed.post/3mf4zw36mhyc2"
},
"path": "/node/149790",
"publishedAt": "2026-02-18T09:01:02.000Z",
"site": "https://www.blognone.com",
"tags": [
"Go Blog",
"lew"
],
"textContent": "นักพัฒนาภาษา Go ขอนักพัฒนาใช้คำสั่ง go fix ปรับโค้ดให้ทันสมัย หลัง AI เอาแต่เขียนโค้ดแบบเก่า\n\nBody\n\nAlan Donovan หนึ่งในทีมงานภาษา Go จากกูเกิลเขียนบล็อกเชิญชวนนักพัฒนาภาษา Go ให้ใช้คำสั่ง `go fix` คำสั่งปรับโค้ดให้เป็นไปตามฟีเจอร์ภาษารุ่นใหม่ๆ หลังจาก Go 1.26 ที่เพิ่งออกมาในเดือนนี้เขียนคำสั่ง `go fix` ใหม่ และเพิ่มฟีเจอร์วิเคราะห์โค้ดรูปแบบเก่า\n\nDonovan ระบุว่าเริ่มเห็นแนวโน้มว่าโค้ด Go ใหม่ๆ เขียนด้วย LLM ที่เรียนรู้ภาษาจากโค้ดเดิม ทำให้การใช้ภาษาไม่ยอมไปใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ แถมหลายครั้งเมื่อบอกให้ใช้บางฟีเจอร์ตรงๆ LLM หลายตัวก็ไม่ยอมใช้อยู่ดีแล้วบอกผู้ใช้ว่าภาษา Go ไม่มีฟีเจอร์\n\nคำสั่ง `go fix` เพิ่ม modernizer ทำให้สามารถปรับโค้ดได้เอง เช่น การใช้ฟังก์ชั่น min/max, คำสั่ง range, และฟังก์ชั่น `strings.Cut` โดยหลังจากนี้การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อาจจะต้องเตรียม modernizer มาในตัว นอกจากนี้ภาษา Go ยังจะเตรียมโครงสร้างให้ไลบรารีต่างๆ สามารถแนะนำวิธีการใช้สมัยแบบใหม่ๆ ที่ดีขึ้นได้ และเมื่อผู้ใช้รันคำสั่ง `go fix` ก็จะได้คำแนะนำของไลบรารีไปด้วย\n\nที่มา - Go Blog\n\nlew Wed, 18/02/2026 - 16:01",
"title": "นักพัฒนาภาษา Go ขอนักพัฒนาใช้คำสั่ง go fix ปรับโค้ดให้ทันสมัย หลัง AI เอาแต่เขียนโค้ดแบบเก่า"
}